ตารางราคา Oligio ทุกแพ็กเกจ ที่ Veluxe Clinic เชียงใหม่

ราคา Oligio คิดตามจำนวน Shot เหมือนเครื่องยกกระชับทั่วไป เพราะยิ่งพื้นที่กว้าง ก็ยิ่งต้องใช้ Shot มากขึ้น ตารางด้านล่างคือแพ็กเกจปัจจุบัน ทำจบใน 1 ครั้ง และเราแสดงราคาเฉลี่ยต่อช็อตไว้ให้ด้วย เพื่อให้เทียบความคุ้มค่าได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องคำนวณเอง
| แพ็กเกจ | เหมาะกับ | ราคา |
|---|---|---|
| 100 Shotsทดลองโปรแกรม หรือเก็บเฉพาะจุด | ใต้คาง หรือ รอบดวงตา หรือ หน้าผาก | 3,590.- เฉลี่ย 35.90 / ช็อต |
| 200 Shotsเก็บกรอบหน้าและแก้ม | แก้ม 2 ข้าง + กรอบหน้า | 6,999.- เฉลี่ย 35.00 / ช็อต |
| 300 Shots⭐ ยอดนิยม ครอบคลุมทั่วใบหน้า | ทั่วใบหน้า (Full Face) | 9,999.- เฉลี่ย 33.33 / ช็อต |
| 400 Shotsทั่วหน้า + เก็บใต้คาง | ทั่วใบหน้า + ใต้คาง | 12,900.- เฉลี่ย 32.25 / ช็อต |
| 500 Shotsทั่วหน้า + ลำคอ | ทั่วใบหน้า + ใต้คาง + ลำคอ | 16,900.- เฉลี่ย 33.80 / ช็อต |
| 600 Shots⭐ เฉลี่ยต่อช็อตถูกที่สุด | ใบหน้า + ลำคอ เต็มพื้นที่ | 18,900.- เฉลี่ย 31.50 / ช็อต |
• จองออนไลน์มัดจำ 500 บาท รับฟรี Meso Fat 10 cc (หักจากค่าบริการในวันเข้ารับบริการ)
• แพทย์เป็นผู้ทำเองทุกเคส เพราะการวางแนวยิงและระดับพลังงานมีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย
• จำนวน Shot ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดใบหน้าและระดับความหย่อนคล้อย แพทย์จะประเมินและแจ้งก่อนเริ่มเสมอ
• ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ กรุณาสอบถามโปรโมชั่นล่าสุดทาง LINE OA
โปรแกรมคู่ Oligio + Ultraformer III เริ่ม 4,999 บาท

Oligio 100 Shots + Ultraformer III 100 Shots
- Oligio (RF) ทำให้ผิวแน่น เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ทำงานที่ชั้นหนังแท้
- Ultraformer III (HIFU) ยกกรอบหน้าและเก็บเหนียง ทำงานลึกถึงชั้น SMAS
- จองออนไลน์มัดจำ 500 บาท รับฟรี Meso Fat 10 cc
เหตุผลที่โปรแกรมคู่นี้สมเหตุสมผลในทางการแพทย์คือ RF กับ HIFU ทำงานคนละชั้นผิวและแก้คนละปัญหา คลื่นวิทยุของ Oligio ให้ความร้อนกระจายทั่วชั้นหนังแท้ ทำให้ผิวแน่นและเรียบเนียนขึ้นทั้งผืน ส่วนคลื่นเสียงโฟกัสของ Ultraformer III ลงลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ทำให้ใบหน้า "ยก" ขึ้นได้จริง คนส่วนใหญ่ที่เริ่มมีอายุมักมีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน คือผิวไม่แน่นและกรอบหน้าเริ่มหาย การทำอย่างใดอย่างหนึ่งจึงมักแก้ได้แค่ครึ่งเดียว
แพ็กเกจนี้เหมาะกับคนที่ยังไม่เคยทำเครื่องยกกระชับมาก่อนและอยากลองทั้งสองแบบ เพื่อดูว่าผิวตัวเองตอบสนองกับเทคโนโลยีไหนดีกว่า ก่อนจะลงแพ็กเกจใหญ่ในครั้งถัดไป ทั้งนี้ 100 Shots ของแต่ละเครื่องเป็นปริมาณสำหรับเก็บเฉพาะจุด ไม่ใช่การทำเต็มใบหน้า แพทย์จะช่วยเลือกบริเวณที่ได้ผลชัดที่สุดสำหรับคุณก่อนเริ่มเสมอ
Oligio คืออะไร ทำไมถึงเรียกว่า RF ยกกระชับ
Oligio (โอลิจิโอ) คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุแบบ Monopolar RF จากบริษัท Wontech ประเทศเกาหลีใต้ ออกแบบมาเพื่อกระชับผิวหน้า ใต้คาง และลำคอ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
คำว่า Monopolar หมายถึงพลังงานจะวิ่งจากหัวจ่าย (Handpiece) ผ่านเนื้อเยื่อลึกลงไป แล้วออกที่แผ่นรับสัญญาณที่ติดไว้ตามร่างกาย ทำให้พลังงานกระจายลงชั้นลึกได้ทั่วถึงกว่าระบบ Bipolar ที่วิ่งวนอยู่แค่ผิวชั้นตื้น นี่คือเหตุผลที่เครื่องระดับบนของตลาดนี้ ทั้ง Thermage และ Oligio ต่างเลือกใช้ระบบ Monopolar เหมือนกัน
คลื่น RF 6.78 MHz ทำงานอย่างไร ลงลึกแค่ไหน
Oligio ใช้คลื่นวิทยุความถี่ 6.78 MHz ซึ่งหมายความว่าสนามแม่เหล็กไฟฟ้าจะสลับขั้ว ประมาณ 6.78 ล้านครั้งต่อวินาที เมื่อคลื่นวิ่งผ่านชั้นผิว โมเลกุลที่มีประจุในเนื้อเยื่อจะสั่นและเสียดสีกัน เกิดเป็นความร้อนจากภายในเนื้อเยื่อเอง ไม่ใช่ความร้อนที่ส่งจากภายนอกเข้าไป ความร้อนนี้ทำงานสองทางพร้อมกัน
- คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที — เส้นใยคอลลาเจนที่ยืดหย่อนจะหดสั้นลง ทำให้รู้สึกผิวตึงขึ้นได้ตั้งแต่วันแรก
- สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ — ความร้อนกระตุ้นให้เซลล์ไฟโบรบลาสต์ทำงานสร้างเส้นใยใหม่ต่อเนื่อง 2–6 เดือน
จุดที่ต่างจาก HIFU อย่างชัดเจนคือรูปแบบของความร้อน HIFU สร้างความร้อนเป็น "จุดเล็ก ๆ ที่ลึกและร้อนจัด" ราว 60–70°C ในขณะที่ RF สร้างความร้อนแบบ "กระจายทั่วเป็นบริเวณกว้างและอุ่นสม่ำเสมอ" ราว 40–45°C จึงให้ผลลัพธ์คนละแบบและเหมาะกับปัญหาคนละอย่าง
เลือกกี่ช็อตดี
จำนวน Shot ไม่ได้แปลว่า "ยิ่งเยอะยิ่งดี" แต่แปลว่าครอบคลุมพื้นที่ได้มากแค่ไหน ถ้าใช้ Shot น้อยเกินไปกับพื้นที่กว้าง พลังงานจะกระจายไม่ทั่วและผลลัพธ์จะไม่ชัด ตารางนี้เป็นแนวทางคร่าว ๆ ที่ใช้กันทั่วไป
| จำนวน Shot | ครอบคลุมพื้นที่ | เหมาะกับใคร |
|---|---|---|
| 100 Shots | เฉพาะจุดเดียว เช่น ใต้คาง รอบดวงตา หรือหน้าผาก | อยากลองก่อน หรือมีปัญหาเฉพาะจุดชัดเจน |
| 200 Shots | แก้ม 2 ข้าง + กรอบหน้า | อายุ 25–35 ปี ผิวเริ่มไม่แน่นแต่ยังไม่หย่อน |
| 300 Shots | ทั่วใบหน้า (Full Face) | แพ็กเกจที่คนเลือกมากที่สุด ครอบคลุมทุกจุดบนใบหน้า |
| 400 Shots | ทั่วใบหน้า + ใต้คาง | เริ่มมีเหนียงหรือไขมันใต้คาง |
| 500 Shots | ทั่วใบหน้า + ใต้คาง + ลำคอ | อยากดูแลผิวคอพร้อมกัน ซึ่งมักแก่เร็วกว่าใบหน้า |
| 600 Shots | ใบหน้า + ลำคอ เต็มพื้นที่ | อายุ 40 ปีขึ้นไป หรือต้องการผลครอบคลุมที่สุดในครั้งเดียว |
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นแนวทางทั่วไปเท่านั้น ขนาดใบหน้า ความหนาของชั้นไขมัน และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนต่างกัน แพทย์จะประเมินและแจ้งจำนวนที่เหมาะกับคุณก่อนเริ่มเสมอ
Oligio ต่างจาก Ultraformer III อย่างไร ควรเลือกอันไหน
นี่คือคำถามที่คนถามมากที่สุด และคำตอบตรง ๆ คือ ทั้งสองไม่ได้แข่งกัน แต่เสริมกัน
| Oligio (RF) | Ultraformer III (HIFU) | |
|---|---|---|
| ชนิดพลังงาน | คลื่นวิทยุ Monopolar 6.78 MHz | คลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส |
| รูปแบบความร้อน | กระจายทั่ว อุ่นสม่ำเสมอ 40–45°C | จุดโฟกัสลึก ร้อนจัด 60–70°C |
| ชั้นผิวที่ทำงาน | ชั้นหนังแท้ (Dermis) ทั้งผืน | ลงลึกถึงชั้น SMAS |
| จุดเด่น | ผิวแน่น เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ | ยกกรอบหน้า เก็บเหนียง |
| ความรู้สึกระหว่างทำ | อุ่น ๆ เป็นระลอก ทนได้ง่ายกว่า | จี๊ด ๆ เป็นจุด ต้องใช้ยาชา |
| เหมาะกับคนที่บอกว่า | "ผิวไม่แน่น รูขุมขนกว้าง หน้าดูโทรม" | "หน้าห้อย กรอบหน้าหาย มีเหนียง" |
| ราคาเริ่มต้นที่ Veluxe | 3,590.- | 2,999.- |
ในทางปฏิบัติ แพทย์มักแนะนำให้ทำร่วมกันมากกว่าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะคนที่เริ่มมีอายุมักมีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน ซึ่งเป็นที่มาของ โปรแกรมคู่ Oligio + Ultraformer III ด้านบน หากต้องการอ่านรายละเอียด Ultraformer III แบบเต็ม ดูได้ที่ หน้าราคา Ultraformer III LIGHT เชียงใหม่
Oligio เทียบกับ Thermage
Thermage คือเครื่อง Monopolar RF ที่เป็นต้นแบบของตลาดนี้จากอเมริกา (Solta Medical) ส่วน Oligio เป็นเครื่องรุ่นใหม่จากเกาหลีที่ใช้หลักการเดียวกันและความถี่เดียวกันคือ 6.78 MHz จึงมักถูกนำมาเปรียบเทียบเสมอ
พูดกันตามตรง ในทางผลลัพธ์ทั้งสองเครื่องให้ผลใกล้เคียงกันมาก เพราะใช้ความถี่เดียวกันและทำงานที่ชั้นผิวเดียวกัน ความแตกต่างที่แท้จริงจึงอยู่ที่สามเรื่อง คือ ราคา ซึ่ง Oligio เข้าถึงง่ายกว่าอย่างมีนัยสำคัญ ความรู้สึกระหว่างทำ ซึ่งต่างกันเล็กน้อยตามระบบทำความเย็นของแต่ละเครื่อง และความชำนาญของผู้ทำ ซึ่งสำคัญที่สุด เพราะ RF เป็นเทคโนโลยีที่ผลลัพธ์ขึ้นกับ การวางแนวยิงและการเลือกระดับพลังงานมากกว่าตัวเครื่อง
ระบบความปลอดภัย 4 ชั้นของ Oligio
ความเสี่ยงหลักของเครื่อง RF ทุกยี่ห้อคือผิวไหม้จากความร้อนสะสมเกิน Oligio จึงออกแบบระบบตรวจสอบไว้ 4 ชั้นทำงานพร้อมกันตลอดการรักษา
- วัดอุณหภูมิผิวแบบเรียลไทม์ หากร้อนเกินกำหนด เครื่องจะตัดพลังงานทันที
- ตรวจค่าความต้านทานของผิว (Impedance) ก่อนปล่อยพลังงานทุกช็อต เพื่อให้พลังงานที่ส่งลงไปสม่ำเสมอทุกจุด
- ตรวจแรงกดของหัวจ่ายบนผิว ถ้ากดไม่แนบพอจะไม่ยิงพลังงานออกมา ป้องกันการเกิดจุดร้อนเฉพาะที่
- แสดงข้อมูลทุกอย่างบนหน้าจอตลอดเวลา ให้แพทย์ปรับพลังงานได้ทันทีตามการตอบสนองของผิวแต่ละคน
ถึงอย่างนั้น ระบบความปลอดภัยของเครื่องก็เป็นเพียงด่านสุดท้าย ด่านแรกคือคนที่ถือหัวจ่าย ที่ Veluxe Clinic แพทย์เป็นผู้ทำเองทุกเคส ไม่ใช่ผู้ช่วยหรือพนักงาน
เหมาะกับใคร ไม่เหมาะกับใคร
เหมาะกับ
- ผู้ที่ผิวเริ่มไม่แน่น ไม่กระชับ แต่ยังไม่ถึงขั้นหย่อนคล้อยชัดเจน
- ผู้ที่มีรูขุมขนกว้าง ผิวหยาบ ผิวมันง่าย
- ผู้ที่มีร่องแก้มหรือริ้วรอยตื้น ๆ ที่ยังไม่ลึกพอจะฉีดฟิลเลอร์
- ผู้ที่กลัวเจ็บ เพราะ RF รู้สึกอุ่น ๆ ทนได้ง่ายกว่าคลื่นเสียงมาก
- ผู้ที่หน้าผอมหรือไขมันน้อย ซึ่ง HIFU อาจไม่เหมาะเพราะเสี่ยงไขมันยุบ
- ผู้ที่ต้องการดูแลผิวคอและใต้คางแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไม่เหมาะกับ
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย
- ผู้ที่มีโลหะฝังบริเวณใบหน้า เช่น แผ่นดามกระดูก
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
- ผู้ที่มีการติดเชื้อ แผลเปิด หรือสิวอักเสบรุนแรงบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยมากแล้ว — RF อย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องพิจารณา HIFU หรือหัตถการอื่นร่วมด้วย
ขั้นตอนที่ Veluxe Clinic
- ปรึกษาแพทย์และประเมินผิว แพทย์ตรวจระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของชั้นไขมัน และซักประวัติโรคประจำตัว เพื่อกำหนดจำนวน Shot และระดับพลังงานที่เหมาะสม
- ทำความสะอาดผิวและถ่ายภาพก่อนทำ ถ่ายในแสงและมุมมาตรฐาน เพื่อใช้เทียบผลลัพธ์ภายหลัง (เฉพาะเมื่อท่านยินยอม)
- ติดแผ่นรับสัญญาณและวาดแนวยิง ขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะกำหนดว่าพลังงานจะกระจายทั่วถึงหรือไม่
- ยิงพลังงานโดยแพทย์ ใช้เวลาประมาณ 20–45 นาทีตามจำนวน Shot แพทย์จะสอบถามความรู้สึกเป็นระยะและปรับพลังงานตามการตอบสนองของผิว
- ลงมาส์กและครีมบำรุง เพื่อลดความแดงและคืนความชุ่มชื้นทันทีหลังทำ
- ถ่ายภาพหลังทำและนัดติดตามผล พร้อมอธิบายวิธีดูแลตัวเองและนัดประเมินซ้ำที่ 1–3 เดือน
เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
ผลของ Oligio มาเป็นสองระลอก และนี่คือสิ่งที่ควรเข้าใจก่อนทำ เพื่อไม่ให้ผิดหวัง
- ทันทีหลังทำ — รู้สึกผิวตึงและแน่นขึ้นจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม เป็นผลที่เห็นได้เร็วแต่ยังไม่ถาวร
- 1 เดือน — คอลลาเจนใหม่เริ่มก่อตัว ผิวเริ่มเรียบเนียนและรูขุมขนดูเล็กลง
- 2–3 เดือน — ช่วงที่เห็นผลชัดเจนที่สุด เพราะคอลลาเจนใหม่สร้างเต็มที่แล้ว
- 6 เดือนขึ้นไป — ผลคงอยู่และค่อย ๆ ลดลงตามธรรมชาติ โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 1–1.5 ปี
ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ขึ้นกับอายุ พันธุกรรม การโดนแดด การสูบบุหรี่ และการดูแลตัวเอง คนอายุน้อยที่คอลลาเจนยังสร้างได้ดีมักอยู่ได้นานกว่า
ดูแลตัวเองหลังทำ
- 24 ชั่วโมงแรก — ผิวอาจแดงเล็กน้อยหรือรู้สึกอุ่น ๆ เป็นเรื่องปกติ ประคบเย็นได้หากรู้สึกไม่สบายผิว
- 3–5 วันแรก — งดซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำร้อนจัด และออกกำลังกายหนักที่ทำให้หน้าร้อนแดง
- งดผลัดเซลล์ผิว 5–7 วัน ทั้ง AHA BHA Retinol และการสครับ
- ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวัน ข้อนี้สำคัญที่สุด เพราะแสงแดดทำลายคอลลาเจนที่เพิ่งสร้างใหม่โดยตรง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอและนอนให้พอ กระบวนการสร้างคอลลาเจนเกิดขึ้นตอนหลับลึกเป็นหลัก
- อาการที่ควรติดต่อคลินิก — ผิวแดงไม่ลดลงภายใน 2 วัน มีตุ่มพองหรือแผล ปวดมากผิดปกติ หรือรู้สึกชาเป็นบริเวณกว้าง
จุดที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกคลินิก
เครื่องยกกระชับเป็นหัตถการที่มี "ของปลอม" และ "การลดสเปก" อยู่ในตลาดจริง ก่อนตัดสินใจทำที่ไหนก็ตาม แนะนำให้ตรวจ 5 ข้อนี้
- ขอดูเครื่องจริง ว่าเป็น Oligio แท้ ไม่ใช่เครื่อง RF ยี่ห้ออื่นที่นำมาเรียกชื่อนี้
- ขอดูกล่องหัวทิปและจำนวนช็อตบนหน้าจอ ก่อนเริ่ม และนับตอนจบว่าได้ครบตามที่จ่ายหรือไม่
- ถามว่าใครเป็นคนทำ แพทย์หรือผู้ช่วย ข้อนี้มีผลต่อผลลัพธ์และความปลอดภัยโดยตรง
- ถามว่าแพทย์มีใบประกอบวิชาชีพเลขอะไร และตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์แพทยสภา
- ระวังราคาที่ถูกผิดปกติ หัวทิปเป็นของใช้ครั้งเดียวและมีต้นทุนชัดเจน ราคาที่ต่ำเกินจริงมักมาจากการลดจำนวนช็อตหรือใช้หัวทิปซ้ำ
อ่านก่อนตัดสินใจ เครื่องยกกระชับแต่ละแบบ
บทความเชิงลึกจากทีมแพทย์ Veluxe Clinic เรื่องเทคโนโลยียกกระชับและการเลือกให้เหมาะกับผิวตัวเอง

Oligio คืออะไร? RF ยกกระชับเกาหลี
เจาะลึกหลักการคลื่น RF 6.78 MHz ระบบความปลอดภัย 4 ชั้น และเทียบกับ HIFU แบบละเอียด
อ่านต่อ →
Ultraformer III คืออะไร ยกกระชับได้จริงไหม
ทำความรู้จักเทคโนโลยี MMFU และเหตุผลที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ได้
อ่านต่อ →
ควรทำเครื่องยกกระชับตอนอายุเท่าไร
คู่มือเลือกหัตถการให้เหมาะกับช่วงวัย ตั้งแต่ 25 ถึง 50 ปีขึ้นไป
อ่านต่อ →
Ulthera (Ultherapy) ต่างจาก Ultraformer อย่างไร
HIFU ที่แพทย์มองเห็นชั้น SMAS ขณะทำ ด้วยระบบ DeepSEE
อ่านต่อ →โปรโมชั่น Oligio ปัจจุบัน
- Oligio 300 Shots 9,999 บาท ครอบคลุมทั่วใบหน้า แพ็กเกจที่คนเลือกมากที่สุด
- Oligio 600 Shots 18,900 บาท ใบหน้า + ลำคอเต็มพื้นที่ เฉลี่ยต่อช็อตถูกที่สุดที่ 31.50 บาท
- โปรแกรมคู่ Oligio 100 Shots + Ultraformer III 100 Shots เพียง 4,999 บาท จากปกติ 7,999 บาท
- จองออนไลน์มัดจำ 500 บาท รับฟรี Meso Fat 10 cc ทุกแพ็กเกจ
โปรโมชั่นอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลา สอบถามโปรโมชั่นล่าสุดหรือจองคิวล่วงหน้าได้ทาง LINE OA @veluxeclinic หรือโทร 092-456-9498 เปิดทุกวัน 10:00–20:00 น.
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Oligio
Oligio เชียงใหม่ ราคาเท่าไหร่
ที่ Veluxe Clinic เชียงใหม่ เริ่มต้น 3,590 บาท สำหรับ 100 Shots, 200 Shots 6,999 บาท, 300 Shots 9,999 บาท, 400 Shots 12,900 บาท, 500 Shots 16,900 บาท และ 600 Shots 18,900 บาท ทุกแพ็กเกจแพทย์เป็นผู้ทำเอง และมีโปรแกรมคู่ Oligio 100 Shots + Ultraformer III 100 Shots ราคา 4,999 บาท จากปกติ 7,999 บาท
Oligio ต่างจาก Ultraformer III อย่างไร ควรเลือกอันไหน
Oligio ใช้คลื่นวิทยุ RF ให้ความร้อนกระจายทั่วชั้นหนังแท้ที่ราว 40–45°C จึงเด่นเรื่องผิวแน่น เรียบเนียน รูขุมขนกระชับ ส่วน Ultraformer III ใช้คลื่นเสียง HIFU โฟกัสเป็นจุดร้อนจัด 60–70°C ลงถึงชั้น SMAS จึงเด่นเรื่องยกกรอบหน้าและเก็บเหนียง ถ้าปัญหาคือผิวไม่แน่นควรเลือก Oligio ถ้าปัญหาคือหน้าห้อยกรอบหน้าหายควรเลือก Ultraformer III และหากมีทั้งสองปัญหา การทำร่วมกันจะได้ผลดีที่สุด
Oligio ต่างจาก Thermage อย่างไร
ทั้งสองเป็น Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz เหมือนกัน Thermage จากอเมริกาเป็นต้นแบบของตลาดนี้ ส่วน Oligio เป็นเครื่องจากเกาหลีใต้ที่ใช้หลักการเดียวกัน ผลลัพธ์จึงใกล้เคียงกันมาก ความต่างหลักอยู่ที่ราคาที่ Oligio เข้าถึงง่ายกว่า ความรู้สึกระหว่างทำ และความชำนาญของแพทย์ผู้ทำ
Oligio ควรทำกี่ช็อต
100 Shots เหมาะกับการทำเฉพาะจุด เช่น ใต้คางหรือรอบดวงตา, 200 Shots เหมาะกับแก้มและกรอบหน้า, 300 Shots ครอบคลุมทั่วใบหน้าซึ่งเป็นแพ็กเกจที่คนเลือกมากที่สุด, 400–500 Shots เหมาะกับทั่วใบหน้าร่วมกับใต้คางหรือลำคอ และ 600 Shots สำหรับใบหน้าและลำคอแบบเต็มพื้นที่ แพทย์จะประเมินและแจ้งจำนวนที่เหมาะสมก่อนเริ่มเสมอ
ทำ Oligio เจ็บไหม ต้องพักฟื้นหรือไม่
ให้ความรู้สึกอุ่นเป็นระลอกคล้ายนวดหน้าด้วยความร้อน ทนได้ง่ายกว่าเครื่อง HIFU อย่างชัดเจน ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาชาแบบทา ทำเสร็จกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องพักฟื้น อาจมีผิวแดงเล็กน้อยซึ่งหายได้เองภายในไม่กี่ชั่วโมง
Oligio เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
รู้สึกผิวตึงขึ้นได้ตั้งแต่วันแรกจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม จากนั้นคอลลาเจนใหม่จะค่อย ๆ สร้างต่อเนื่อง เห็นผลชัดเจนที่สุดราว 2–3 เดือนหลังทำ และผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1–1.5 ปี ขึ้นอยู่กับอายุ การดูแลตัวเอง และการโดนแดด
ใครที่ไม่ควรทำ Oligio
ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย ผู้ที่มีโลหะฝังบริเวณใบหน้าเช่นแผ่นดามกระดูก ผู้ที่ตั้งครรภ์ ผู้ที่มีการติดเชื้อหรือแผลเปิดบริเวณที่จะทำ และผู้ที่ผิวหย่อนคล้อยมากแล้วซึ่ง RF อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินก่อนทุกครั้ง
ทำ Oligio บ่อยแค่ไหน
โดยทั่วไปแนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปีต่อครั้ง เพราะต้องให้เวลาผิวสร้างคอลลาเจนใหม่จนครบรอบก่อน การทำถี่เกินไปไม่ได้ทำให้ผลดีขึ้นและอาจรบกวนกระบวนการซ่อมแซมของผิว
ทำ Oligio พร้อมโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม
ได้ และเป็นการจับคู่ที่พบบ่อย โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ Oligio ก่อน แล้วเว้นประมาณ 1–2 สัปดาห์จึงฉีดโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ เพื่อไม่ให้ความร้อนรบกวนสารที่ฉีดเข้าไป แพทย์จะวางลำดับให้เหมาะกับแผนการรักษาของแต่ละคน
