ภาพแสดง Starch-Iodine Test ก่อนรักษา
การทดสอบบริเวณที่มีเหงื่อออกมากเป็นพิเศษHyperhidrosis (ภาวะเหงื่อออกมากผิดปกติ) คืออะไร?
Hyperhidrosis คือภาวะที่ต่อมเหงื่อทำงานมากเกินความจำเป็น ทำให้เหงื่อออกมากแม้ในสถานการณ์ที่ไม่ร้อนหรือไม่ได้ออกกำลังกาย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นใจ และการทำกิจกรรมประจำวัน
📊 ข้อมูล: ประมาณ 1–3% ของประชากรโลกมีปัญหา Hyperhidrosis และมากกว่า 50% ไม่เคยปรึกษาแพทย์ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ทั้งที่มีการรักษาที่ได้ผลดีมาก
| บริเวณ | ระดับกวน | ผลกระทบหลัก |
|---|---|---|
| ใต้รักแร้ | สูงมาก | เสื้อเปียก กลิ่น ความมั่นใจ |
| มือ | สูง | ทักทาย ใช้อุปกรณ์ ทำงาน |
| เท้า | ปานกลาง | รองเท้า ถุงเท้า กลิ่น |
| ใบหน้า | ปานกลาง | หน้าแดง เหงื่อหน้า |
Botox ทำงานอย่างไรในการรักษา Hyperhidrosis?
Botulinum Toxin Type A (Botox) ออกฤทธิ์โดยบล็อกสาร Acetylcholine ที่ส่งสัญญาณจากเส้นประสาทไปยังต่อมเหงื่อ เมื่อต่อมเหงื่อไม่ได้รับสัญญาณ มันก็ไม่ผลิตเหงื่อ ผลลัพธ์คือบริเวณนั้นแห้งสนิทเป็นเวลา 6–12 เดือน
บริเวณที่รักษาด้วย Botox ที่ Veluxe
- ใต้รักแร้ (Axillary): บริเวณที่นิยมมากที่สุด ผลชัดเจนที่สุด ทำแล้วใส่เสื้อสีอ่อนได้สบาย
- ฝ่ามือ (Palmar): เหมาะผู้ที่ต้องจับมือ นำเสนองาน หรือทำงานกับอุปกรณ์ละเอียด
- ฝ่าเท้า (Plantar): ลดเหงื่อเท้าที่ทำให้รองเท้าเปียก กลิ่น และเชื้อรา
- ใบหน้า (Facial): ลดเหงื่อหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและขมับ
ภาพแสดงขั้นตอนฉีด Botox ใต้รักแร้
แสดงตำแหน่งการฉีดและความปลอดภัยขั้นตอนการรักษา Hyperhidrosis ด้วย Botox
Starch-Iodine Test (ถ้าจำเป็น)
ทาแป้งและสารไอโอดีนเพื่อระบุพื้นที่ที่มีเหงื่อออกมากเป็นพิเศษ
ทำความสะอาดและกำหนดบริเวณ
ทำความสะอาดผิว กำหนด Grid ตำแหน่งฉีด
ฉีด Botox เป็น Grid
ฉีดทุก 1–1.5 ซม. ในพื้นที่ที่กำหนด โดยปกติใช้ 50–100 units ต่อข้าง
ตรวจสอบความสม่ำเสมอ
ตรวจให้แน่ใจว่าครอบคลุมทั้งบริเวณ
⚠️ ภาวะเหงื่อออกมากบางครั้งอาจมีสาเหตุจากโรคอื่น เช่น ไทรอยด์, เบาหวาน, หรือยาบางชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรักษา
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Veluxe Clinic เชียงใหม่
ทีมแพทย์ความงามพร้อมออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ ปรึกษาฟรี
นัดหมายฟรีเลย →