บริการของเราผลลัพธ์ทีมแพทย์บทความข่าวสารติดต่อนัดหมายฟรี
ยกกระชับ

Ultraformer III ทำกี่ช็อตถึงเห็นผล? เจาะลึกหัวยิงแต่ละแบบและการดูแลหลังทำ

📍 Veluxe Clinic เชียงใหม่📅 อัพเดต 2026⏱ อ่าน 8–10 นาที
Ultraformer III ทำกี่ช็อต

📋 สารบัญบทความ

  1. Ultraformer III คืออะไร และต่างจาก HIFU ทั่วไปอย่างไร
  2. MMFU เทคโนโลยีเบื้องหลัง Ultraformer III
  3. หัวยิงและระดับความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 มม.
  4. ทำกี่ช็อตถึงเห็นผล? ตารางจำนวนช็อตตามบริเวณ
  5. Ultraformer III เหมาะกับใคร
  6. ผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
  7. ขั้นตอนการทำที่ Veluxe Clinic
  8. ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร
  9. ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
  10. คำถามที่พบบ่อย

ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่า กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม แก้มเริ่มหย่อน หรือมีเหนียงใต้คาง แต่ยังไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า Ultraformer III คือหนึ่งในเครื่องยกกระชับที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในไทย บทความนี้เจาะลึกเรื่องที่คนถามมากที่สุด นั่นคือ หัวยิงแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ต้องทำกี่ช็อต และดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร เพื่อให้คุณคุยกับแพทย์ได้อย่างเข้าใจก่อนตัดสินใจ

💡 อ่านเพิ่มเติม: หากคุณยังไม่รู้จัก Ultraformer III มาก่อน แนะนำให้อ่าน ทำความรู้จัก Ultraformer III เครื่องยกกระชับ คืออะไร ดีไหม เป็นพื้นฐานก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความนี้เพื่อเจาะลึกเรื่องหัวยิงและจำนวนช็อต

Ultraformer III คืออะไร และต่างจาก HIFU ทั่วไปอย่างไร

Ultraformer III คือเครื่องยกกระชับผิวหน้าและลำตัวแบบไม่ผ่าตัด ผลิตโดยบริษัท Classys จากประเทศเกาหลีใต้ ทำงานด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวที่ลึกกว่าที่ครีมหรือเลเซอร์ทั่วไปจะเข้าถึงได้

คนทั่วไปมักเรียกรวมเครื่องกลุ่มนี้ว่า “HIFU” (High-Intensity Focused Ultrasound) แต่จุดที่ทำให้ Ultraformer III แตกต่างคือเทคโนโลยี MMFU ซึ่งรวมทั้งคลื่นแบบ Micro และ Macro ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้ปรับการรักษาได้ทั้งการยกกระชับชั้นลึกและการปรับผิวชั้นตื้นในคอร์สเดียวกัน

🖼

ภาพเครื่อง Ultraformer III

แสดงตัวเครื่องและหัวยิงชนิดต่างๆ

MMFU เทคโนโลยีเบื้องหลัง Ultraformer III

MMFU ย่อมาจาก Micro & Macro Focused Ultrasound หลักการคือรวมพลังงานคลื่นเสียงไปยังจุดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง จนเกิดความร้อนสะสมประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส ในจุดนั้น เรียกว่า Coagulation Point โดยผิวชั้นบนไม่ถูกทำลาย

ความร้อนระดับนี้ทำให้เกิดสองสิ่งพร้อมกัน:

💡 เข้าใจง่ายๆ: Ultraformer III ไม่ได้ “ดึง” ผิวขึ้นแบบผ่าตัด แต่ทำให้ร่างกายสร้างโครงสร้างค้ำผิวขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง จึงต้องใช้เวลาและผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ

หัวยิงและระดับความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 มม.

หัวใจของ Ultraformer III อยู่ที่ หัวยิง (Cartridge หรือ Transducer) แต่ละหัวจะยิงพลังงานลงไปที่ระดับความลึกคงที่ต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้ตามปัญหาและบริเวณที่ต้องการแก้ไข

หัวยิงความลึกชั้นผิวเป้าหมายใช้กับบริเวณ
1.5 มม.ตื้นที่สุดหนังกำพร้า – หนังแท้ชั้นตื้นรอบดวงตา เปลือกตา ริ้วรอยเล็กๆ ผิวบาง
2.0 มม.ตื้นหนังแท้ชั้นตื้นรอบปาก ร่องแก้มตื้น ผิวหน้าโดยรวม
3.0 มม.ปานกลางหนังแท้ชั้นลึกแก้ม กรอบหน้า ผิวหย่อนคล้อยระดับกลาง
4.5 มม.ลึกชั้น SMASกรอบหน้า ใต้คาง เหนียง ยกกระชับหลัก
6.0 / 9.0 มม.ลึกมากไขมันชั้นลึกใต้คาง ลำตัว ต้นแขน หน้าท้อง

ทำไม 4.5 มม. ถึงสำคัญที่สุด

ระดับ 4.5 มม. คือชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่ศัลยแพทย์ดึงขึ้นเวลาทำผ่าตัดดึงหน้า การที่เครื่องส่งพลังงานลงไปถึงชั้นนี้ได้โดยไม่ต้องกรีดผิว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม HIFU ถึงถูกเรียกว่า “Non-Surgical Facelift”

⚠️ ข้อควรรู้: การใช้หัว 4.5 มม. ต้องอาศัยความชำนาญสูง เพราะถ้ายิงผิดตำแหน่ง เช่น บริเวณที่มีไขมันน้อยหรือใกล้เส้นประสาท อาจทำให้ไขมันยุบเป็นหลุมหรือชาชั่วคราวได้ จึงควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น

ทำกี่ช็อตถึงเห็นผล? ตารางจำนวนช็อตตามบริเวณ

คำถามยอดฮิตที่สุดคือ “ต้องทำกี่ช็อต” คำตอบไม่ได้มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับ ขนาดใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการแก้ แต่พอจะมีช่วงที่ใช้กันทั่วไปดังนี้

บริเวณจำนวนช็อตโดยประมาณหัวยิงที่นิยมใช้
กรอบหน้า + แก้ม (Full Face)300–400 ช็อต4.5 + 3.0 มม.
ใต้คาง / เหนียง100–200 ช็อต4.5 + 6.0 มม.
รอบดวงตา50–100 ช็อต1.5 มม.
ลำคอ150–200 ช็อต3.0 มม.
Full Face + คอ (คอร์สเต็ม)500–800 ช็อตผสมหลายหัว

💡 สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนช็อต: ช็อตเยอะไม่ได้แปลว่าผลดีกว่าเสมอไป การวางแนวยิง (Vector) ให้ถูกทิศทางแรงยก และการเลือกหัวยิงให้ตรงกับปัญหา สำคัญกว่าการนับตัวเลขมาก คลินิกที่ดีจะประเมินหน้าคุณก่อนแล้วจึงกำหนดจำนวนช็อต ไม่ใช่ขายเป็นแพ็กเกจตัวเลขอย่างเดียว

Ultraformer III เหมาะกับใคร

เหมาะมากสำหรับ

อาจไม่เหมาะ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน

1

ทันทีหลังทำ

รู้สึกหน้ากระชับขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม ผลนี้ยังไม่ถาวรและอาจลดลงใน 1–2 สัปดาห์

2

สัปดาห์ที่ 2–4

ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวเริ่มแน่นขึ้น เนื้อสัมผัสดีขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง

3

เดือนที่ 2–3 (ผลชัดที่สุด)

เป็นช่วงที่คอลลาเจนใหม่สร้างเต็มที่ กรอบหน้าคมขึ้น เหนียงลดลง เห็นความแตกต่างชัดเจนที่สุด

4

เดือนที่ 6–12

ผลลัพธ์คงอยู่ แล้วค่อยๆ ลดลงตามการเสื่อมของคอลลาเจนตามธรรมชาติ แนะนำทำซ้ำปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อรักษาระดับผลลัพธ์

2–3
เดือนที่เห็นผลชัดที่สุด
6–12
เดือนที่ผลคงอยู่
0
วันพักฟื้น

ขั้นตอนการทำที่ Veluxe Clinic

1

ปรึกษาและประเมินผิว

แพทย์ตรวจระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของไขมันใต้ผิว และวางแผนว่าจะใช้หัวยิงใด บริเวณไหน กี่ช็อต

2

ทำความสะอาดและทายาชา

ล้างเครื่องสำอางออกให้หมด ทายาชาประมาณ 30–45 นาที เพื่อลดความรู้สึกระหว่างทำ

3

วาดแนวยิง (Mapping)

แพทย์วาดเส้นแบ่งโซนบนใบหน้า เพื่อกำหนดทิศทางแรงยกและกระจายช็อตให้สม่ำเสมอ ไม่ให้เกิดผลลัพธ์ไม่เท่ากันสองข้าง

4

ยิงพลังงาน

ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีขึ้นกับจำนวนช็อต จะรู้สึกร้อนวาบหรือจี๊ดเป็นระยะ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานลงถึงชั้นเป้าหมายแล้ว

5

ประคบเย็นและให้คำแนะนำ

ประคบเย็นลดความร้อนสะสม ทาครีมกันแดด และรับคำแนะนำการดูแลตัวเองกลับบ้าน

ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร

ข้อดีของ Ultraformer III คือแทบไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลที่ถูกต้องช่วยให้คอลลาเจนสร้างได้ดีขึ้น

✅ สิ่งที่ควรทำ

❌ สิ่งที่ควรเลี่ยง 1–2 สัปดาห์แรก

ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง

Ultraformer III จัดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ แต่ก็มีอาการที่พบได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่หายเองภายในไม่กี่วัน

อาการพบบ่อยแค่ไหนระยะเวลา
แดงเล็กน้อยหลังทำพบบ่อย2–4 ชั่วโมง
รู้สึกตึงหรือระบมเวลากดหรือเคี้ยวพบบ่อย3–7 วัน
บวมเล็กน้อยพบบ้าง1–3 วัน
ชาเป็นหย่อมๆพบน้อย2–6 สัปดาห์
รอยแดงเป็นเส้นตามแนวยิงพบน้อย1–2 วัน
ไขมันยุบเป็นหลุมพบน้อยมากต้องได้รับการดูแลจากแพทย์

⚠️ สิ่งที่ควรเช็คก่อนตัดสินใจทำ: ถามให้ชัดว่าคลินิกใช้หัวยิงของแท้จาก Classys หรือไม่ เพราะหัวยิงปลอมหรือหัวที่ถูกรีเซ็ตจำนวนช็อตจะให้พลังงานไม่คงที่ ทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่ควรและเสี่ยงผิวไหม้ ควรขอดูหัวยิงและจำนวนช็อตคงเหลือบนหน้าจอเครื่องก่อนเริ่มทำเสมอ

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Veluxe Clinic เชียงใหม่

ทีมแพทย์ความงามพร้อมประเมินสภาพผิวและออกแบบโปรแกรมยกกระชับที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ สอบถามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่าน LINE OA ได้เลย ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

นัดหมายฟรีเลย →

คำถามที่พบบ่อย

❓ Ultraformer III ทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?
สำหรับใบหน้าเต็ม (Full Face) โดยทั่วไปอยู่ที่ 300–400 ช็อต หากรวมใต้คางและลำคอด้วยอาจอยู่ที่ 500–800 ช็อต แต่จำนวนช็อตไม่ใช่ปัจจัยเดียว การเลือกหัวยิงและทิศทางการวางแนวยิงสำคัญไม่แพ้กัน แพทย์จะประเมินจากสภาพผิวจริงของแต่ละคน
❓ Ultraformer III เจ็บไหม?
ระหว่างทำจะรู้สึกร้อนวาบหรือจี๊ดเป็นระยะ โดยเฉพาะบริเวณที่ผิวบางหรือใกล้กระดูก แต่โดยทั่วไปทนได้ เพราะทายาชาก่อนประมาณ 30–45 นาที และสามารถแจ้งแพทย์ให้ปรับระดับพลังงานได้ตลอด
❓ ทำ Ultraformer III แล้วหน้ายุบหรือหน้าโทรมไหม?
พบได้น้อยมาก และมักเกิดจากการยิงพลังงานสูงเกินไปในบริเวณที่มีไขมันใต้ผิวน้อย เช่น ขมับหรือใต้โหนกแก้ม การทำกับแพทย์ที่ประเมินความหนาของไขมันก่อนและเลือกหัวยิงเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้มาก
❓ Ultraformer III ทำบ่อยแค่ไหน?
โดยทั่วไปแนะนำทำปีละ 1–2 ครั้ง ผู้ที่อายุน้อยและทำเพื่อป้องกันอาจทำปีละครั้ง ส่วนผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากกว่าอาจทำทุก 6 เดือน ไม่ควรทำถี่เกินไปเพราะร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจน
❓ Ultraformer III ต่างจาก Ulthera อย่างไร?
ทั้งคู่ใช้คลื่นเสียงโฟกัสเหมือนกัน แต่ Ulthera มีระบบอัลตราซาวด์ให้แพทย์เห็นภาพชั้นผิวขณะทำ (Visualization) ส่วน Ultraformer III ไม่มีระบบภาพแต่ยิงได้เร็วกว่าและมีหัวยิงหลากหลายกว่า จึงมักคุ้มค่ากว่าเมื่อต้องทำหลายบริเวณ
❓ ทำ Ultraformer III พร้อมโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ได้ไหม?
ได้ครับ และเป็นการผสมผสานที่นิยมมาก โดยทั่วไปแนะนำทำ Ultraformer III ก่อน แล้วเว้นระยะ 1–2 สัปดาห์ค่อยฉีดฟิลเลอร์ เพื่อไม่ให้ความร้อนกระทบฟิลเลอร์ที่ฉีดไว้ ส่วนโบท็อกซ์สามารถทำวันเดียวกันได้ในบางกรณี ควรปรึกษาแพทย์
❓ หลังทำ Ultraformer III แต่งหน้าได้เลยไหม?
แต่งหน้าได้ทันทีหลังทำ เพราะไม่มีแผลเปิด แต่แนะนำให้รอประมาณ 4–6 ชั่วโมงหากผิวยังแดงอยู่ และควรเลือกเครื่องสำอางที่อ่อนโยน พร้อมทากันแดดเป็นประจำ
ติดต่อ Veluxe Clinic
📞 092-456-9498
สแกน QR เพื่อเพิ่มเพื่อน LINE
Line QR Code