
📋 สารบัญบทความ
- Ultraformer III คืออะไร และต่างจาก HIFU ทั่วไปอย่างไร
- MMFU เทคโนโลยีเบื้องหลัง Ultraformer III
- หัวยิงและระดับความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 มม.
- ทำกี่ช็อตถึงเห็นผล? ตารางจำนวนช็อตตามบริเวณ
- Ultraformer III เหมาะกับใคร
- ผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
- ขั้นตอนการทำที่ Veluxe Clinic
- ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร
- ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
- คำถามที่พบบ่อย
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่า กรอบหน้าไม่ชัดเหมือนเดิม แก้มเริ่มหย่อน หรือมีเหนียงใต้คาง แต่ยังไม่อยากผ่าตัดดึงหน้า Ultraformer III คือหนึ่งในเครื่องยกกระชับที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในไทย บทความนี้เจาะลึกเรื่องที่คนถามมากที่สุด นั่นคือ หัวยิงแต่ละแบบต่างกันอย่างไร ต้องทำกี่ช็อต และดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร เพื่อให้คุณคุยกับแพทย์ได้อย่างเข้าใจก่อนตัดสินใจ
💡 อ่านเพิ่มเติม: หากคุณยังไม่รู้จัก Ultraformer III มาก่อน แนะนำให้อ่าน ทำความรู้จัก Ultraformer III เครื่องยกกระชับ คืออะไร ดีไหม เป็นพื้นฐานก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านบทความนี้เพื่อเจาะลึกเรื่องหัวยิงและจำนวนช็อต
Ultraformer III คืออะไร และต่างจาก HIFU ทั่วไปอย่างไร
Ultraformer III คือเครื่องยกกระชับผิวหน้าและลำตัวแบบไม่ผ่าตัด ผลิตโดยบริษัท Classys จากประเทศเกาหลีใต้ ทำงานด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบโฟกัส ส่งพลังงานลงไปยังชั้นผิวที่ลึกกว่าที่ครีมหรือเลเซอร์ทั่วไปจะเข้าถึงได้
คนทั่วไปมักเรียกรวมเครื่องกลุ่มนี้ว่า “HIFU” (High-Intensity Focused Ultrasound) แต่จุดที่ทำให้ Ultraformer III แตกต่างคือเทคโนโลยี MMFU ซึ่งรวมทั้งคลื่นแบบ Micro และ Macro ไว้ในเครื่องเดียว ทำให้ปรับการรักษาได้ทั้งการยกกระชับชั้นลึกและการปรับผิวชั้นตื้นในคอร์สเดียวกัน
ภาพเครื่อง Ultraformer III
แสดงตัวเครื่องและหัวยิงชนิดต่างๆMMFU เทคโนโลยีเบื้องหลัง Ultraformer III
MMFU ย่อมาจาก Micro & Macro Focused Ultrasound หลักการคือรวมพลังงานคลื่นเสียงไปยังจุดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง จนเกิดความร้อนสะสมประมาณ 60–70 องศาเซลเซียส ในจุดนั้น เรียกว่า Coagulation Point โดยผิวชั้นบนไม่ถูกทำลาย
ความร้อนระดับนี้ทำให้เกิดสองสิ่งพร้อมกัน:
- คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที (Immediate Contraction) — เป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกหน้ากระชับขึ้นตั้งแต่วันแรก
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) — ร่างกายซ่อมแซมจุดที่ได้รับความร้อน สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ต่อเนื่องเป็นเวลา 2–3 เดือน ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระยะยาวที่แท้จริง
💡 เข้าใจง่ายๆ: Ultraformer III ไม่ได้ “ดึง” ผิวขึ้นแบบผ่าตัด แต่ทำให้ร่างกายสร้างโครงสร้างค้ำผิวขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง จึงต้องใช้เวลาและผลลัพธ์จะดูเป็นธรรมชาติ
หัวยิงและระดับความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 มม.
หัวใจของ Ultraformer III อยู่ที่ หัวยิง (Cartridge หรือ Transducer) แต่ละหัวจะยิงพลังงานลงไปที่ระดับความลึกคงที่ต่างกัน แพทย์จะเลือกใช้ตามปัญหาและบริเวณที่ต้องการแก้ไข
| หัวยิง | ความลึก | ชั้นผิวเป้าหมาย | ใช้กับบริเวณ |
|---|---|---|---|
| 1.5 มม. | ตื้นที่สุด | หนังกำพร้า – หนังแท้ชั้นตื้น | รอบดวงตา เปลือกตา ริ้วรอยเล็กๆ ผิวบาง |
| 2.0 มม. | ตื้น | หนังแท้ชั้นตื้น | รอบปาก ร่องแก้มตื้น ผิวหน้าโดยรวม |
| 3.0 มม. | ปานกลาง | หนังแท้ชั้นลึก | แก้ม กรอบหน้า ผิวหย่อนคล้อยระดับกลาง |
| 4.5 มม. | ลึก | ชั้น SMAS | กรอบหน้า ใต้คาง เหนียง ยกกระชับหลัก |
| 6.0 / 9.0 มม. | ลึกมาก | ไขมันชั้นลึก | ใต้คาง ลำตัว ต้นแขน หน้าท้อง |
ทำไม 4.5 มม. ถึงสำคัญที่สุด
ระดับ 4.5 มม. คือชั้น SMAS (Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่ศัลยแพทย์ดึงขึ้นเวลาทำผ่าตัดดึงหน้า การที่เครื่องส่งพลังงานลงไปถึงชั้นนี้ได้โดยไม่ต้องกรีดผิว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม HIFU ถึงถูกเรียกว่า “Non-Surgical Facelift”
⚠️ ข้อควรรู้: การใช้หัว 4.5 มม. ต้องอาศัยความชำนาญสูง เพราะถ้ายิงผิดตำแหน่ง เช่น บริเวณที่มีไขมันน้อยหรือใกล้เส้นประสาท อาจทำให้ไขมันยุบเป็นหลุมหรือชาชั่วคราวได้ จึงควรทำกับแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
ทำกี่ช็อตถึงเห็นผล? ตารางจำนวนช็อตตามบริเวณ
คำถามยอดฮิตที่สุดคือ “ต้องทำกี่ช็อต” คำตอบไม่ได้มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับ ขนาดใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และบริเวณที่ต้องการแก้ แต่พอจะมีช่วงที่ใช้กันทั่วไปดังนี้
| บริเวณ | จำนวนช็อตโดยประมาณ | หัวยิงที่นิยมใช้ |
|---|---|---|
| กรอบหน้า + แก้ม (Full Face) | 300–400 ช็อต | 4.5 + 3.0 มม. |
| ใต้คาง / เหนียง | 100–200 ช็อต | 4.5 + 6.0 มม. |
| รอบดวงตา | 50–100 ช็อต | 1.5 มม. |
| ลำคอ | 150–200 ช็อต | 3.0 มม. |
| Full Face + คอ (คอร์สเต็ม) | 500–800 ช็อต | ผสมหลายหัว |
💡 สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนช็อต: ช็อตเยอะไม่ได้แปลว่าผลดีกว่าเสมอไป การวางแนวยิง (Vector) ให้ถูกทิศทางแรงยก และการเลือกหัวยิงให้ตรงกับปัญหา สำคัญกว่าการนับตัวเลขมาก คลินิกที่ดีจะประเมินหน้าคุณก่อนแล้วจึงกำหนดจำนวนช็อต ไม่ใช่ขายเป็นแพ็กเกจตัวเลขอย่างเดียว
Ultraformer III เหมาะกับใคร
เหมาะมากสำหรับ
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะช่วงอายุ 30–55 ปี
- ผู้ที่เริ่มเห็นกรอบหน้าไม่ชัด มีแก้มห้อยหรือร่องแก้มลึกขึ้น
- ผู้ที่มีเหนียงใต้คางแต่ไม่อยากดูดไขมันหรือผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการป้องกันล่วงหน้า ไม่อยากรอให้หย่อนมากแล้วค่อยแก้
- ผู้ที่ไม่มีเวลาพักฟื้น เพราะทำเสร็จกลับไปทำงานได้ทันที
อาจไม่เหมาะ หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยมากแล้ว โดยเฉพาะมีหนังส่วนเกินชัดเจน — อาจต้องพิจารณาการผ่าตัดร่วมด้วย
- ผู้ที่มีใบหน้าผอมมากหรือไขมันใต้ผิวน้อย — ความร้อนอาจทำให้ดูโทรมลงได้
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ที่มีแผลติดเชื้อ สิวอักเสบรุนแรง หรือโรคผิวหนังบริเวณที่จะทำ
- ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะฝังบริเวณใบหน้า
ผลลัพธ์เห็นเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน
ทันทีหลังทำ
รู้สึกหน้ากระชับขึ้นเล็กน้อยจากการหดตัวของคอลลาเจนเดิม ผลนี้ยังไม่ถาวรและอาจลดลงใน 1–2 สัปดาห์
สัปดาห์ที่ 2–4
ร่างกายเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ ผิวเริ่มแน่นขึ้น เนื้อสัมผัสดีขึ้น รูขุมขนดูเล็กลง
เดือนที่ 2–3 (ผลชัดที่สุด)
เป็นช่วงที่คอลลาเจนใหม่สร้างเต็มที่ กรอบหน้าคมขึ้น เหนียงลดลง เห็นความแตกต่างชัดเจนที่สุด
เดือนที่ 6–12
ผลลัพธ์คงอยู่ แล้วค่อยๆ ลดลงตามการเสื่อมของคอลลาเจนตามธรรมชาติ แนะนำทำซ้ำปีละ 1–2 ครั้ง เพื่อรักษาระดับผลลัพธ์
ขั้นตอนการทำที่ Veluxe Clinic
ปรึกษาและประเมินผิว
แพทย์ตรวจระดับความหย่อนคล้อย ความหนาของไขมันใต้ผิว และวางแผนว่าจะใช้หัวยิงใด บริเวณไหน กี่ช็อต
ทำความสะอาดและทายาชา
ล้างเครื่องสำอางออกให้หมด ทายาชาประมาณ 30–45 นาที เพื่อลดความรู้สึกระหว่างทำ
วาดแนวยิง (Mapping)
แพทย์วาดเส้นแบ่งโซนบนใบหน้า เพื่อกำหนดทิศทางแรงยกและกระจายช็อตให้สม่ำเสมอ ไม่ให้เกิดผลลัพธ์ไม่เท่ากันสองข้าง
ยิงพลังงาน
ใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีขึ้นกับจำนวนช็อต จะรู้สึกร้อนวาบหรือจี๊ดเป็นระยะ ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพลังงานลงถึงชั้นเป้าหมายแล้ว
ประคบเย็นและให้คำแนะนำ
ประคบเย็นลดความร้อนสะสม ทาครีมกันแดด และรับคำแนะนำการดูแลตัวเองกลับบ้าน
ดูแลตัวเองหลังทำอย่างไร
ข้อดีของ Ultraformer III คือแทบไม่ต้องพักฟื้น แต่การดูแลที่ถูกต้องช่วยให้คอลลาเจนสร้างได้ดีขึ้น
✅ สิ่งที่ควรทำ
- ทากันแดด SPF 30+ ทุกวัน ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว ช่วยการสร้างคอลลาเจน
- บำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มี HA หรือ Ceramide
- นอนให้พอ 7–8 ชั่วโมง เพราะคอลลาเจนสร้างมากที่สุดตอนหลับลึก
- ทานโปรตีนและวิตามินซี เป็นวัตถุดิบตั้งต้นของคอลลาเจน
❌ สิ่งที่ควรเลี่ยง 1–2 สัปดาห์แรก
- ซาวน่า อบไอน้ำ อาบน้ำร้อนจัด
- ออกกำลังกายหนักใน 24–48 ชั่วโมงแรก
- นวดหน้าแรงๆ หรือกดบริเวณที่ทำ
- สครับหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์เข้มข้น (AHA/BHA/Retinol) 3–5 วันแรก
- ตากแดดจัดโดยไม่ป้องกัน
ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
Ultraformer III จัดเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อทำโดยแพทย์ แต่ก็มีอาการที่พบได้บ้าง ซึ่งส่วนใหญ่หายเองภายในไม่กี่วัน
| อาการ | พบบ่อยแค่ไหน | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| แดงเล็กน้อยหลังทำ | พบบ่อย | 2–4 ชั่วโมง |
| รู้สึกตึงหรือระบมเวลากดหรือเคี้ยว | พบบ่อย | 3–7 วัน |
| บวมเล็กน้อย | พบบ้าง | 1–3 วัน |
| ชาเป็นหย่อมๆ | พบน้อย | 2–6 สัปดาห์ |
| รอยแดงเป็นเส้นตามแนวยิง | พบน้อย | 1–2 วัน |
| ไขมันยุบเป็นหลุม | พบน้อยมาก | ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ |
⚠️ สิ่งที่ควรเช็คก่อนตัดสินใจทำ: ถามให้ชัดว่าคลินิกใช้หัวยิงของแท้จาก Classys หรือไม่ เพราะหัวยิงปลอมหรือหัวที่ถูกรีเซ็ตจำนวนช็อตจะให้พลังงานไม่คงที่ ทำให้ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่ควรและเสี่ยงผิวไหม้ ควรขอดูหัวยิงและจำนวนช็อตคงเหลือบนหน้าจอเครื่องก่อนเริ่มทำเสมอ
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Veluxe Clinic เชียงใหม่
ทีมแพทย์ความงามพร้อมประเมินสภาพผิวและออกแบบโปรแกรมยกกระชับที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ สอบถามรายละเอียดและโปรโมชั่นผ่าน LINE OA ได้เลย ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
นัดหมายฟรีเลย →